›[พื้นฐาน]หน่วยงานใดรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย?
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ (ipthailand.go.th) เป็นหน่วยงานรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ โดยการยื่นสามารถทำที่กรมฯ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือผ่านระบบยื่นคำขอทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรมฯ ประกาศ ขั้นตอนและแบบฟอร์มฉบับล่าสุดควรตรวจสอบที่ ipthailand.go.th ก่อนยื่นทุกครั้ง
›[พื้นฐาน]ทรัพย์สินทางปัญญาในไทยแบ่งเป็นกี่ประเภทหลัก?
โดยทั่วไปแบ่งเป็นเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์และอนุสิทธิบัตรตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546
›[พื้นฐาน]ลิขสิทธิ์ต้องจดทะเบียนหรือไม่?
ลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเกิดขึ้นทันทีเมื่อสร้างสรรค์งานเสร็จโดยไม่ต้องจดทะเบียน การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นการบันทึกหลักฐานเบื้องต้นเพื่อความสะดวกในการอ้างอิง ไม่ใช่การก่อให้เกิดสิทธิ ทั้งนี้เอกสารหลักฐานการสร้างสรรค์และการโอนสิทธิยังคงมีความสำคัญเมื่อเกิดข้อพิพาท
›[เครื่องหมายการค้า]ผู้ขอที่มีภูมิลำเนาต่างประเทศยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าในไทยได้อย่างไร?
ผู้ขอที่ไม่มีภูมิลำเนาหรือสำนักงานในประเทศไทยโดยทั่วไปต้องแต่งตั้งตัวแทนที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยใช้หนังสือมอบอำนาจซึ่งมักต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อในต่างประเทศ (Notary Public) และรับรองความแท้ตามเส้นทางที่ปลายทางกำหนด เอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลพร้อมคำรับรองคำแปล รายละเอียดแบบฟอร์มและเงื่อนไขให้ตรวจสอบที่ ipthailand.go.th
›[เครื่องหมายการค้า]หนังสือมอบอำนาจจากต่างประเทศต้องทำอย่างไรจึงใช้ยื่นในไทยได้?
แนวทางที่ยอมรับกันโดยทั่วไปคือให้ผู้มีอำนาจลงนามต่อหน้า Notary Public ในประเทศต้นทาง จากนั้นขอ Apostille หากประเทศนั้นเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille หรือให้สถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นรับรอง แล้วจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองคำแปลก่อนยื่น ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนว่าต้องการเส้นทางใดและต้องการต้นฉบับหรือสำเนารับรอง
›[เครื่องหมายการค้า]เอกสารแสดงสิทธิเดิมหรือหลักฐานการใช้เครื่องหมายในต่างประเทศต้องแปลหรือไม่?
เอกสารที่ทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศซึ่งยื่นต่อหน่วยงานไทยโดยทั่วไปต้องมีคำแปลพร้อมคำรับรองความถูกต้องของคำแปล ระบุชื่อผู้แปลและข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้ ควรให้การสะกดชื่อเจ้าของสิทธิในคำแปลตรงกับหนังสือรับรองนิติบุคคลหรือหนังสือเดินทางเพื่อลดการถูกสั่งให้แก้ไข
›[เครื่องหมายการค้า]ระบบ Madrid ใช้ยื่นเครื่องหมายการค้าไปต่างประเทศได้อย่างไร?
ประเทศไทยเป็นภาคีพิธีสารมาดริดซึ่งบริหารโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ผู้ขอที่มีคำขอหรือทะเบียนพื้นฐานในไทยสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนระหว่างประเทศผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะสำนักงานต้นทาง เพื่อขอความคุ้มครองในประเทศภาคีที่ระบุ รายละเอียดขั้นตอน แบบฟอร์ม และรายชื่อภาคีตรวจสอบได้ที่ ipthailand.go.th และ wipo.int
›[สิทธิบัตร]สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบต่างกันอย่างไร?
ทั้งสามประเภทอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยสิทธิบัตรการประดิษฐ์คุ้มครองการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้นและประยุกต์ในอุตสาหกรรมได้ อนุสิทธิบัตรคุ้มครองการประดิษฐ์ที่เป็นการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยและมีขั้นตอนตรวจสอบที่ต่างออกไป ส่วนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์คุ้มครองรูปร่างหรือลวดลายของผลิตภัณฑ์ อายุความคุ้มครองและเงื่อนไขของแต่ละประเภทกำหนดไว้ในกฎหมายและกฎกระทรวง ควรตรวจสอบฉบับปัจจุบันที่ ipthailand.go.th
›[สิทธิบัตร]การยื่นคำขอสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (PCT) เกี่ยวข้องกับไทยอย่างไร?
ประเทศไทยเป็นภาคีสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) ผู้ขอสามารถยื่นคำขอระหว่างประเทศผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะสำนักงานรับคำขอ และเข้าสู่ระยะในประเทศ (national phase) ตามกำหนดเวลาของระบบ PCT เอกสารคำขอ คำแปลรายละเอียดการประดิษฐ์และข้อถือสิทธิ ต้องจัดทำตามข้อกำหนดของกรมฯ รายละเอียดตรวจสอบที่ ipthailand.go.th และ wipo.int
›[สิทธิบัตร]คำแปลรายละเอียดการประดิษฐ์ต้องระวังเรื่องใดเป็นพิเศษ?
คำแปลข้อถือสิทธิและรายละเอียดการประดิษฐ์มีผลต่อขอบเขตความคุ้มครอง จึงควรใช้คำศัพท์เทคนิคที่สอดคล้องตลอดทั้งฉบับ ตรงกับรูปเขียนและเลขอ้างอิงชิ้นส่วน และไม่เพิ่มหรือลดสาระจากต้นฉบับ หากมีการแก้ไขข้อถือสิทธิระหว่างการตรวจสอบ ควรปรับคำแปลให้ตรงกันทุกฉบับที่ยื่น
›[โอนสิทธิ/อนุญาตใช้สิทธิ]สัญญาโอนสิทธิหรืออนุญาตให้ใช้สิทธิต้องจดทะเบียนหรือไม่?
สำหรับเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร กฎหมายกำหนดแบบและการจดทะเบียนสำหรับการโอนสิทธิและการอนุญาตให้ใช้สิทธิไว้เป็นการเฉพาะ การไม่ปฏิบัติตามแบบอาจกระทบต่อผลผูกพันหรือการยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอก จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของแต่ละประเภทกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนลงนาม และเตรียมคำแปลรับรองหากสัญญาทำเป็นภาษาต่างประเทศ
›[โอนสิทธิ/อนุญาตใช้สิทธิ]สัญญาที่ทำในต่างประเทศใช้ในไทยต้องรับรองอย่างไร?
โดยทั่วไปให้รับรองลายมือชื่อผู้ลงนามโดย Notary Public ในประเทศต้นทาง แล้วขอ Apostille หากประเทศนั้นเป็นภาคีอนุสัญญา หรือรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย จากนั้นแปลพร้อมคำรับรองคำแปล ทั้งนี้อนุสัญญา Apostille มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2568 ทำให้เอกสารราชการระหว่างประเทศภาคีใช้ Apostille แทนการรับรองซ้อนหลายชั้นได้
›[บังคับสิทธิ]คดีทรัพย์สินทางปัญญาในไทยพิจารณาที่ศาลใด?
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเป็นศาลชำนัญพิเศษที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 เอกสารที่ใช้ในชั้นศาลซึ่งทำเป็นภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลตามข้อกำหนดของศาล
›[บังคับสิทธิ]การจดแจ้งข้อมูลกับกรมศุลกากรเพื่อสกัดสินค้าละเมิดทำได้หรือไม่?
เจ้าของสิทธิสามารถแจ้งข้อมูลสิทธิของตนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร เพื่อประกอบการเฝ้าระวังสินค้าละเมิด ณ ด่านศุลกากร ตามระเบียบและช่องทางที่หน่วยงานกำหนด เอกสารแสดงความเป็นเจ้าของสิทธิและหนังสือมอบอำนาจที่ออกในต่างประเทศมักต้องผ่านการรับรองและมีคำแปล
›[คำแปลและรับรอง]เอกสารทรัพย์สินทางปัญญาไทยที่ต้องยื่นหน่วยงานออสเตรเลียต้องแปลแบบใด?
หน่วยงานราชการออสเตรเลียโดยทั่วไปรับคำแปลที่จัดทำโดยนักแปลซึ่งได้รับการรับรองจาก NAATI (naati.com.au) พร้อมตราประทับและข้อมูลหมายเลขผู้ปฏิบัติงานที่ตรวจสอบได้ ส่วนเอกสารราชการไทยอาจต้องผ่านนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามที่ปลายทางกำหนด ควรสอบถามหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ
›[คำแปลและรับรอง]ทำไมหน้านี้ไม่ระบุค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ?
อัตราค่าธรรมเนียมราชการกำหนดโดยกฎกระทรวงและประกาศของหน่วยงาน ซึ่งมีการปรับปรุงเป็นระยะ ส่วนค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า ภาษา ความเร่งด่วน และเส้นทางการรับรอง เพื่อไม่ให้เกิดข้อมูลคลาดเคลื่อน เราจึงให้สอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล และตรวจสอบค่าธรรมเนียมราชการฉบับปัจจุบันที่ ipthailand.go.th
›[เครื่องหมายการค้า]ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทยต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปใช้แบบคำขอจดทะเบียนตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด ภาพเครื่องหมายที่ชัดเจน รายการสินค้าหรือบริการที่ระบุจำพวกตามระบบนีซ เอกสารแสดงตัวผู้ขอ (บัตรประชาชนสำหรับบุคคลธรรมดา หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าสำหรับบริษัท) และหนังสือมอบอำนาจหากยื่นผ่านตัวแทน ควรตรวจแบบฟอร์มฉบับล่าสุดที่ ipthailand.go.th ก่อนยื่นทุกครั้ง
›[เครื่องหมายการค้า]ผู้ขอที่อยู่ต่างประเทศต้องแต่งตั้งตัวแทนในไทยหรือไม่?
ผู้ขอที่ไม่มีภูมิลำเนาหรือสถานประกอบการในประเทศไทยโดยทั่วไปต้องแต่งตั้งตัวแทนในประเทศไทยเพื่อรับหนังสือแจ้งของนายทะเบียน โดยทำหนังสือมอบอำนาจซึ่งมักต้องรับรองลายมือชื่อโดย Notary Public ในประเทศต้นทาง แล้วขอ Apostille หากประเทศนั้นเป็นภาคีอนุสัญญา หรือรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย จากนั้นจัดทำคำแปลภาษาไทยพร้อมคำรับรองคำแปล
›[เครื่องหมายการค้า]เครื่องหมายแบบใดที่มักถูกนายทะเบียนปฏิเสธ?
กลุ่มที่พบบ่อยคือเครื่องหมายที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ เช่น คำที่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง คำสามัญของสินค้านั้น เครื่องหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี เครื่องหมายที่ต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น ธงชาติหรือเครื่องหมายราชการ และเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสน
›[เครื่องหมายการค้า]ควรสืบค้นเครื่องหมายก่อนยื่นหรือไม่?
ควรอย่างยิ่ง การสืบค้นฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญาและฐานข้อมูล Global Brand Database ของ WIPO ช่วยประเมินความเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธเพราะความคล้ายกับเครื่องหมายที่มีอยู่ก่อน และช่วยวางแผนปรับรูปเครื่องหมายหรือรายการสินค้าก่อนยื่น ซึ่งประหยัดเวลามากกว่าการแก้ไขภายหลังได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง
›[เครื่องหมายการค้า]ถูกนายทะเบียนมีคำสั่งให้แก้ไขหรือปฏิเสธ ต้องทำอย่างไร?
ต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลาที่ระบุในหนังสือแจ้ง โดยอาจยื่นคำชี้แจงพร้อมพยานหลักฐานสนับสนุน เช่น หลักฐานการใช้เครื่องหมายอย่างแพร่หลายจนมีลักษณะบ่งเฉพาะจากการใช้ หรือยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามขั้นตอนในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า การปล่อยให้พ้นกำหนดมักทำให้คำขอถูกละทิ้ง จึงควรบันทึกวันครบกำหนดทันทีที่ได้รับหนังสือ
›[เครื่องหมายการค้า]การคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายของผู้อื่นทำอย่างไร?
เมื่อคำขอถูกประกาศโฆษณา ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย พร้อมเหตุผลและพยานหลักฐาน เช่น หลักฐานการใช้มาก่อน การจดทะเบียนในต่างประเทศ หรือหลักฐานความมีชื่อเสียงแพร่หลาย ผู้ขอมีสิทธิยื่นคำโต้แย้ง และคำวินิจฉัยของนายทะเบียนอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้
›[เครื่องหมายการค้า]เครื่องหมายการค้าจดในไทยคุ้มครองถึงต่างประเทศหรือไม่?
ไม่ครอบคลุม สิทธิในเครื่องหมายการค้าเป็นสิทธิเชิงดินแดน การจดทะเบียนในไทยคุ้มครองเฉพาะในราชอาณาจักร หากต้องการคุ้มครองต่างประเทศต้องยื่นในแต่ละประเทศ หรือใช้ระบบมาดริดโดยยื่นคำขอระหว่างประเทศผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะสำนักงานต้นทางไปยัง WIPO แล้วระบุประเทศภาคีที่ต้องการขอความคุ้มครอง
›[เครื่องหมายการค้า]ระบบมาดริดเหมาะกับใคร และมีข้อควรระวังอะไร?
เหมาะกับผู้ที่ต้องการขอความคุ้มครองหลายประเทศพร้อมกันและบริหารทะเบียนจากจุดเดียว ข้อควรระวังสำคัญคือหลักการพึ่งพาคำขอหรือทะเบียนต้นทางในช่วงห้าปีแรก หากทะเบียนต้นทางถูกเพิกถอนหรือสิ้นผล การจดทะเบียนระหว่างประเทศอาจถูกกระทบตามไปด้วย และแต่ละสำนักงานปลายทางยังมีสิทธิปฏิเสธตามกฎหมายภายในของตน
›[เครื่องหมายการค้า]ต่ออายุเครื่องหมายการค้าต้องทำเมื่อใด?
เครื่องหมายการค้าไทยมีอายุคุ้มครองสิบปีนับแต่วันยื่นคำขอ และต่ออายุได้คราวละสิบปีโดยยื่นคำขอต่ออายุภายในกรอบเวลาก่อนวันสิ้นอายุตามที่กฎหมายกำหนด หากพ้นกำหนดอาจต้องยื่นภายในระยะผ่อนผันพร้อมเงื่อนไขเพิ่มเติม หรือกรณีร้ายแรงคือทะเบียนสิ้นผลและต้องยื่นใหม่ ซึ่งเสียลำดับสิทธิเดิม
›[เครื่องหมายการค้า]โอนสิทธิหรืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าต้องจดทะเบียนหรือไม่?
การโอนสิทธิและสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว กฎหมายกำหนดให้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียนจึงจะมีผลตามที่กฎหมายรับรอง เอกสารประกอบมักเป็นสัญญาต้นฉบับ เอกสารแสดงอำนาจของผู้ลงนาม และหากทำในต่างประเทศมักต้องผ่าน Notary Public และขั้นตอนรับรองเอกสารข้ามประเทศพร้อมคำแปล
›[สิทธิบัตร]เปิดเผยสิ่งประดิษฐ์ต่อสาธารณะก่อนยื่นคำขอมีผลอย่างไร?
การเปิดเผยก่อนยื่นอาจทำลายความใหม่และเป็นเหตุให้คำขอถูกปฏิเสธหรือสิทธิบัตรถูกเพิกถอนภายหลัง กฎหมายมีข้อยกเว้นบางกรณีที่จำกัดมากและมีกรอบเวลาแน่นอน แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือยื่นคำขอก่อนนำเสนอสู่สาธารณะ หรือใช้สัญญารักษาความลับกับคู่เจรจา และสอบถามรายละเอียดข้อยกเว้นล่าสุดจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา
›[สิทธิบัตร]PCT คืออะไรและช่วยอะไรผู้ขอไทย?
PCT คือสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตรที่บริหารโดย WIPO ให้ยื่นคำขอระหว่างประเทศฉบับเดียวเพื่อรักษาวันยื่นในประเทศภาคีจำนวนมาก และได้รายงานการสืบค้นระหว่างประเทศเพื่อประเมินโอกาสก่อนตัดสินใจเข้าสู่ระยะประเทศ ผู้ขอไทยยื่นผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะสำนักงานรับคำขอได้ ทั้งนี้ PCT ไม่ใช่การให้สิทธิบัตรโลก การอนุมัติยังเป็นอำนาจของแต่ละประเทศ
›[สิทธิบัตร]สิทธิเรียกร้องวันยื่นก่อน (priority) ตามอนุสัญญาปารีสใช้อย่างไร?
ผู้ยื่นคำขอในประเทศภาคีหนึ่งสามารถอ้างวันยื่นแรกเป็นวันที่มีสิทธิดีกว่าเมื่อยื่นในประเทศภาคีอื่นภายในกำหนดเวลาของอนุสัญญา คือสิบสองเดือนสำหรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร และหกเดือนสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์และเครื่องหมายการค้า โดยต้องยื่นเอกสารรับรองคำขอแรกตามที่สำนักงานปลายทางกำหนด ซึ่งมักต้องมีคำแปลประกอบ
›[สิทธิบัตร]คำขอรับสิทธิบัตรที่แปลผิดมีความเสี่ยงอย่างไร?
ข้อถือสิทธิและรายละเอียดการประดิษฐ์เป็นตัวกำหนดขอบเขตความคุ้มครอง คำแปลที่คลาดเคลื่อนอาจทำให้ขอบเขตแคบกว่าที่ควร ขัดกับต้นฉบับ หรือถูกโต้แย้งว่าเพิ่มเติมสาระเกินคำขอเดิม จึงควรใช้ผู้แปลที่เข้าใจศัพท์เทคนิคเฉพาะสาขาและให้ผู้ประดิษฐ์หรือที่ปรึกษาสิทธิบัตรตรวจทานคำแปลก่อนยื่นเสมอ
›[สิทธิบัตร]ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีเพื่อรักษาสิทธิบัตรหรือไม่?
สิทธิบัตรที่ได้รับแล้วต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีตามรอบที่กฎหมายกำหนดเพื่อรักษาสิทธิให้คงอยู่ หากไม่ชำระภายในกำหนดและระยะผ่อนผัน สิทธิบัตรอาจสิ้นผล ผู้ทรงสิทธิจึงควรมีระบบเตือนกำหนดเวลา ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมเป็นไปตามกฎกระทรวงและมีการปรับปรุงเป็นระยะ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันอัตราปัจจุบัน
›[ลิขสิทธิ์]ลิขสิทธิ์ในไทยต้องจดทะเบียนหรือไม่?
ไม่ต้อง ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีเมื่อสร้างสรรค์งานเสร็จโดยไม่ต้องจดทะเบียน ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 อย่างไรก็ตามกรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดให้แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็นการบันทึกข้อมูลเบื้องต้นที่ใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบได้ แต่ไม่ใช่การก่อตั้งสิทธิและไม่ตัดสิทธิผู้อื่นที่พิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ดีกว่า
›[ลิขสิทธิ์]งานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ระหว่างการจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?
หลักทั่วไปตามกฎหมายไทยคือลิขสิทธิ์ในงานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ตกลงเป็นหนังสือให้เป็นของนายจ้าง ส่วนงานที่เกิดจากการจ้างทำของนั้นมีหลักต่างออกไป ธุรกิจจึงควรกำหนดข้อสัญญาเรื่องความเป็นเจ้าของและการโอนสิทธิให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น
›[ลิขสิทธิ์]โอนลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่?
การโอนลิขสิทธิ์ทั้งหมดหรือบางส่วนที่ไม่ใช่การโอนโดยทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน หากไม่ระบุกำหนดเวลาไว้ กฎหมายมีบทสันนิษฐานเรื่องระยะเวลาโอน สัญญาจึงควรระบุขอบเขตสิทธิ ดินแดน ระยะเวลา และสิทธิในการทำงานดัดแปลงให้ครบถ้วน
›[ลิขสิทธิ์]ธรรมสิทธิ์ของผู้สร้างสรรค์คืออะไร?
คือสิทธิที่ผู้สร้างสรรค์มีในการแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์งาน และห้ามผู้อื่นบิดเบือน ตัดทอน หรือดัดแปลงงานจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณ สิทธินี้มีลักษณะติดตัวผู้สร้างสรรค์แม้จะโอนลิขสิทธิ์ในทางเศรษฐกิจไปแล้ว ผู้ใช้งานจึงควรให้เครดิตผู้สร้างสรรค์และหลีกเลี่ยงการดัดแปลงที่กระทบเกียรติคุณ
›[ลิขสิทธิ์]ใช้งานลิขสิทธิ์ของผู้อื่นได้โดยไม่ละเมิดในกรณีใด?
กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นการละเมิดไว้ เช่น การใช้เพื่อวิจัยหรือศึกษาที่ไม่แสวงหากำไร การติชมวิจารณ์ การเสนอรายงานข่าว และการใช้ในกระบวนพิจารณาของศาล โดยต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายเกินสมควร รวมทั้งต้องรับรู้ความเป็นเจ้าของ ทั้งนี้การประเมินเป็นรายกรณี
›[ลิขสิทธิ์]แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาใช้เอกสารอะไร?
โดยทั่วไปใช้แบบแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ ตัวอย่างผลงานตามประเภทงาน เอกสารแสดงตัวผู้แจ้ง และหนังสือมอบอำนาจหากมอบให้ผู้อื่นดำเนินการ กรณีผู้แจ้งเป็นนิติบุคคลต่างประเทศมักต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลพร้อมคำแปลและการรับรองเอกสารข้ามประเทศ ควรตรวจรายการเอกสารล่าสุดที่ ipthailand.go.th
›[ความลับทางการค้า]ความลับทางการค้าคุ้มครองอย่างไรในไทย?
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 คุ้มครองข้อมูลการค้าที่ยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์เพราะเป็นความลับ และผู้ควบคุมได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาความลับ การคุ้มครองไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีมาตรการรักษาความลับจริง เช่น สัญญารักษาความลับ การจำกัดสิทธิเข้าถึง และการทำทะเบียนผู้เข้าถึงข้อมูล
›[ความลับทางการค้า]สัญญารักษาความลับควรมีสาระสำคัญอะไร?
ควรระบุนิยามข้อมูลที่เป็นความลับ ขอบเขตการใช้ที่อนุญาต ระยะเวลาผูกพันทั้งระหว่างและหลังสิ้นสุดความสัมพันธ์ หน้าที่ส่งคืนหรือทำลายข้อมูล ข้อยกเว้นข้อมูลที่เป็นสาธารณะอยู่แล้ว กฎหมายที่ใช้บังคับและเวทีระงับข้อพิพาท หากคู่สัญญาอยู่ต่างประเทศ ควรพิจารณาให้ลงนามต่อหน้า Notary Public เพื่อความหนักแน่นของพยานหลักฐาน
›[สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์]สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ต่างจากเครื่องหมายการค้าอย่างไร?
GI คุ้มครองชื่อแหล่งภูมิศาสตร์ที่ใช้กับสินค้าซึ่งมีคุณภาพหรือชื่อเสียงอันเนื่องมาจากแหล่งนั้น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 สิทธิเป็นของชุมชนผู้ผลิตในพื้นที่ ไม่ใช่ของเอกชนรายเดียวเหมือนเครื่องหมายการค้า และการใช้ต้องเป็นไปตามคู่มือปฏิบัติงานที่ขึ้นทะเบียนไว้
›[การบังคับสิทธิ]คดีทรัพย์สินทางปัญญาฟ้องที่ศาลใด?
ฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งจัดตั้งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 ศาลนี้มีเขตอำนาจทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา และมีวิธีพิจารณาเฉพาะที่รองรับพยานผู้เชี่ยวชาญ
›[การบังคับสิทธิ]เอกสารต่างประเทศที่ใช้เป็นพยานในคดี IP ต้องเตรียมอย่างไร?
โดยทั่วไปต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองคำแปล และเอกสารต้นฉบับที่ทำในต่างประเทศมักต้องผ่านการรับรองโดย Notary Public ในประเทศต้นทาง แล้วขอ Apostille หากประเทศนั้นเป็นภาคีอนุสัญญา หรือรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ทั้งนี้การรับฟังพยานหลักฐานเป็นดุลพินิจของศาล จึงควรวางแผนกับทนายความผู้รับผิดชอบคดีล่วงหน้า
›[การบังคับสิทธิ]แจ้งข้อมูลสิทธิต่อกรมศุลกากรเพื่อสกัดสินค้าละเมิดทำได้อย่างไร?
เจ้าของสิทธิสามารถแจ้งข้อมูลเครื่องหมายการค้าหรือลิขสิทธิ์ต่อกรมศุลกากรเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสินค้าที่นำเข้าหรือส่งออก โดยแนบหลักฐานความเป็นเจ้าของสิทธิ ตัวอย่างสินค้าแท้ ลักษณะแยกแยะของแท้กับของปลอม และผู้ประสานงานที่ติดต่อได้ตลอด กรณีเจ้าของสิทธิเป็นนิติบุคคลต่างประเทศต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมคำแปลและการรับรองเอกสารข้ามประเทศ
›[การบังคับสิทธิ]ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททรัพย์สินทางปัญญามีช่องทางใดบ้าง?
กรมทรัพย์สินทางปัญญามีบริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญา และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีระบบไกล่เกลี่ยในชั้นศาล นอกจากนี้คู่สัญญาอาจตกลงใช้อนุญาโตตุลาการหรือการไกล่เกลี่ยของศูนย์ระงับข้อพิพาท WIPO สำหรับข้อพิพาทข้ามประเทศ ข้อตกลงระงับข้อพิพาทควรเขียนไว้ในสัญญาตั้งแต่ต้นเพื่อลดความไม่แน่นอน
›[การบังคับสิทธิ]ข้อพิพาทชื่อโดเมนที่กระทบเครื่องหมายการค้าจัดการอย่างไร?
กรณีโดเมนสากลสามารถใช้กระบวนการ UDRP ผ่านศูนย์อนุญาโตตุลาการและการไกล่เกลี่ยของ WIPO ซึ่งพิจารณาว่าโดเมนเหมือนหรือคล้ายจนสับสนกับเครื่องหมายของผู้ร้อง ผู้ถือโดเมนไม่มีสิทธิหรือประโยชน์โดยชอบ และจดทะเบียนหรือใช้โดยไม่สุจริตหรือไม่ ส่วนโดเมนภายใต้ .th มีระเบียบของผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนไทยกำกับ ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนยื่น
›[เอกสารและคำแปล]หนังสือมอบอำนาจ IP ที่ทำในต่างประเทศต้องผ่านขั้นตอนใดจึงใช้ในไทยได้?
ลำดับที่ใช้กันโดยทั่วไปคือผู้มีอำนาจลงนามต่อหน้า Notary Public ในประเทศต้นทาง จากนั้นขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้นหากเป็นภาคีอนุสัญญา หรือหากไม่ใช่ภาคีให้ผ่านกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตไทย แล้วจึงจัดทำคำแปลภาษาไทยพร้อมคำรับรองคำแปลก่อนยื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
›[เอกสารและคำแปล]เอกสาร IP ของไทยที่จะใช้ต่างประเทศต้องทำอย่างไร?
โดยทั่วไปขอหนังสือรับรองหรือสำเนาเอกสารทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดทำคำแปลเป็นภาษาปลายทาง แล้วยื่นรับรองนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล จากนั้นขอ Apostille หากปลายทางเป็นประเทศภาคี หรือรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางในไทย ควรยืนยันรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางต้องการก่อนเริ่ม
›[เอกสารและคำแปล]เอกสาร IP ที่ยื่นหน่วยงานรัฐออสเตรเลียต้องแปลโดยใคร?
หน่วยงานรัฐออสเตรเลียโดยทั่วไปต้องการคำแปลจากนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI โดยคำแปลต้องมีตราประทับหรือหมายเลขรับรองที่ตรวจสอบได้ ระบุชื่อผู้แปล ทิศทางภาษา และวันที่ ทั้งนี้ NAATI รับรองตัวบุคคลผู้แปล ไม่ใช่การรับรองความถูกต้องของเอกสารต้นฉบับ จึงมักต้องใช้ควบคู่กับการรับรองต้นฉบับตามที่ปลายทางกำหนด
›[เอกสารและคำแปล]เอกสารสำหรับยื่น IP ควรใช้ต้นฉบับหรือสำเนา?
หน่วยงานมักขอต้นฉบับสำหรับเอกสารที่ก่อสิทธิ เช่น หนังสือมอบอำนาจและสัญญาโอนสิทธิ ส่วนเอกสารประกอบอื่นอาจใช้สำเนาที่รับรองความถูกต้อง แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือเตรียมต้นฉบับให้ตรวจและสำเนารับรองไว้หนึ่งชุดเสมอ และเก็บสำเนาดิจิทัลที่อ่านออกชัดเจนไว้สำหรับการติดตามเรื่อง
›[เอกสารและคำแปล]ทำไมคำขอ IP ถึงถูกตีกลับเพราะปัญหาเอกสาร?
สาเหตุที่พบบ่อยคือชื่อผู้ขอสะกดไม่ตรงกันระหว่างหนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ และคำขอ ผู้ลงนามไม่มีอำนาจตามหนังสือรับรอง วันที่ในหนังสือมอบอำนาจหลังวันยื่น คำแปลไม่มีคำรับรองผู้แปล และการรับรองข้ามประเทศไม่ครบขั้น การตรวจสอบความสอดคล้องของชื่อและอำนาจลงนามก่อนยื่นช่วยลดการตีกลับได้มาก
›[เอกสารและคำแปล]ต้องการสอบถามค่าบริการงานเอกสาร IP ติดต่อทางใด?
ค่าบริการขึ้นกับประเภทเอกสาร จำนวนหน้า ภาษาปลายทาง และขั้นตอนรับรองที่ปลายทางต้องการ ส่วนค่าธรรมเนียมราชการกำหนดโดยกฎกระทรวงและมีการปรับปรุงเป็นระยะ เราจึงไม่ระบุตัวเลขไว้ในหน้านี้ กรุณาส่งรายละเอียดเอกสารและประเทศปลายทางมาทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล เจ้าหน้าที่จะประเมินขั้นตอนและระยะเวลาให้ก่อนเริ่มงาน
›[เอกสารต่างประเทศ]หนังสือมอบอำนาจจากบริษัทต่างประเทศเพื่อยื่นงานทรัพย์สินทางปัญญาในไทยต้องผ่านขั้นตอนใดบ้าง?
ลำดับที่ใช้ได้จริงคือ ลงนามโดยผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองบริษัท จากนั้นให้ Notary Public ในประเทศต้นทางรับรองลายมือชื่อ แล้วขอ Apostille จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศนั้นหากเป็นภาคีอนุสัญญา หากไม่ใช่ภาคีให้ผ่านกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตไทย สุดท้ายจัดทำคำแปลภาษาไทยพร้อมคำรับรองคำแปลที่ระบุชื่อผู้แปลและช่องทางติดต่อที่ตรวจสอบได้ ควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดที่ ipthailand.go.th และ consular.mfa.go.th ก่อนดำเนินการ
›[เอกสารต่างประเทศ]ชื่อบริษัทในหนังสือรับรองกับในคำขอสะกดไม่ตรงกันจะมีปัญหาไหม?
มีโอกาสถูกนายทะเบียนสั่งให้แก้ไข เพราะเอกสารประกอบต้องยืนยันตัวผู้ขอได้อย่างชัดเจน แนวปฏิบัติที่ปลอดภัยคือใช้การสะกดตามหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดอย่างสม่ำเสมอในทุกเอกสาร และหากเคยเปลี่ยนชื่อบริษัท ให้แนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อพร้อมคำแปลรับรอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เชื่อมโยงเอกสารเก่ากับผู้ขอปัจจุบันได้
›[เอกสารต่างประเทศ]เอกสารสิทธิบัตรที่ต้องยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียต้องแปลแบบใด?
หน่วยงานรัฐของออสเตรเลียโดยทั่วไปกำหนดให้คำแปลเอกสารภาษาต่างประเทศจัดทำโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI (naati.com.au) พร้อมตราประทับและคำรับรองของผู้แปล ส่วนเอกสารต้นฉบับที่ออกโดยราชการไทยมักต้องมี Apostille จากกรมการกงสุลก่อน จึงควรยืนยันลำดับกับหน่วยงานผู้รับก่อนเริ่ม เพราะบางหน่วยงานกำหนดให้แปลหลังประทับ Apostille แล้วเท่านั้น
›[มาดริด/PCT]ยื่นเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศผ่านพิธีสารมาดริดเริ่มต้นอย่างไร?
ต้องมีคำขอหรือทะเบียนพื้นฐานในประเทศไทยก่อน แล้วยื่นคำขอระหว่างประเทศผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะสำนักงานต้นทาง เพื่อส่งต่อไปยังสำนักงานระหว่างประเทศของ WIPO โดยระบุประเทศที่ประสงค์ให้คุ้มครอง สำนักงานของแต่ละประเทศยังคงมีอำนาจตรวจสอบและอาจปฏิเสธภายในกำหนดเวลาของตน จึงไม่ใช่การจดทะเบียนที่รับรองผลทุกประเทศโดยอัตโนมัติ
›[มาดริด/PCT]การยื่น PCT ช่วยอะไร และไม่ช่วยอะไร?
PCT ช่วยรวมขั้นตอนช่วงต้นไว้เป็นคำขอเดียวและยืดเวลาก่อนต้องเข้าสู่ระยะประเทศ (national phase) ทำให้มีเวลาประเมินตลาดและงบประมาณ แต่ไม่มี “สิทธิบัตรโลก” การให้สิทธิบัตรยังเป็นอำนาจของสำนักงานสิทธิบัตรแต่ละประเทศ ซึ่งอาจกำหนดให้ยื่นคำแปลและเอกสารเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาที่เคร่งครัด ควรตรวจไทม์ไลน์ที่ wipo.int และ ipthailand.go.th
›[ลิขสิทธิ์]ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจดทะเบียน แล้วการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มีประโยชน์อย่างไร?
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 สิทธิเกิดขึ้นทันทีเมื่อสร้างสรรค์งานเสร็จโดยไม่ต้องจดทะเบียน การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นการบันทึกหลักฐานเบื้องต้นเรื่องตัวผู้สร้างสรรค์และวันที่ ซึ่งช่วยในการเจรจา การแจ้งเตือนผู้ละเมิด และการนำสืบในชั้นศาล แต่ไม่ใช่การก่อสิทธิและไม่ตัดสิทธิผู้อื่นที่พิสูจน์ได้ว่าสร้างสรรค์ก่อน
›[ลิขสิทธิ์]งานที่ลูกจ้างสร้างในระหว่างการจ้าง ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์?
หลักทั่วไปตามกฎหมายไทยคือลิขสิทธิ์ในงานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ในทางการที่จ้างยังเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ทำหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ขณะที่งานที่เกิดจากการว่าจ้างให้ทำมีหลักต่างออกไป จึงควรทำสัญญาโอนสิทธิหรือข้อตกลงเรื่องความเป็นเจ้าของให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น และหากคู่สัญญาอยู่ต่างประเทศควรจัดทำสองภาษาพร้อมรับรองลายมือชื่อ
›[บังคับสิทธิ]พบสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าขายออนไลน์ ควรเริ่มจากอะไร?
เริ่มจากเก็บพยานหลักฐานให้ครบ ได้แก่ ภาพหน้าร้าน ลิงก์ วันเวลา ใบเสร็จจากการซื้อทดสอบ และตัวสินค้า จากนั้นใช้ช่องทางแจ้งลบของแพลตฟอร์มพร้อมแนบหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน หากต้องการดำเนินการต่อ สามารถร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือฟ้องคดีต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และอาจยื่นแจ้งข้อมูลสิทธิต่อกรมศุลกากรเพื่อสกัดสินค้านำเข้าส่งออก
›[บังคับสิทธิ]คดีทรัพย์สินทางปัญญาต้องฟ้องที่ศาลใด?
โดยหลักฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งจัดตั้งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 เอกสารภาษาต่างประเทศที่อ้างเป็นพยานต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรอง และเอกสารที่ออกในต่างประเทศมักต้องผ่าน Apostille หรือการรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตไทยก่อน
›[บังคับสิทธิ]หนังสือแจ้งเตือนให้หยุดการละเมิดควรมีอะไรบ้าง?
ควรระบุสิทธิที่อ้าง เช่น เลขทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือสิทธิบัตร รายละเอียดพฤติการณ์ที่ถือว่าละเมิดพร้อมหลักฐาน สิ่งที่ต้องการให้ผู้รับดำเนินการ และกำหนดเวลาตอบกลับที่สมเหตุสมผล ควรใช้ถ้อยคำตามข้อเท็จจริง หลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างเกินจริง เพราะข้อความที่เกินเลยอาจถูกใช้โต้แย้งกลับได้ในภายหลัง
›[ความลับทางการค้า]ข้อมูลแบบใดจึงได้รับความคุ้มครองเป็นความลับทางการค้า?
ตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ข้อมูลต้องยังไม่เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในหมู่ผู้เกี่ยวข้อง มีมูลค่าในเชิงพาณิชย์เพราะความลับนั้น และผู้ควบคุมได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมในการรักษาความลับ ในทางปฏิบัติจึงควรมีสัญญารักษาความลับ การจำกัดสิทธิเข้าถึงไฟล์ การทำบันทึกผู้เข้าถึง และการกำหนดชั้นความลับของเอกสารอย่างเป็นระบบ
›[ต่ออายุ/รักษาสิทธิ]ลืมต่ออายุทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะเกิดอะไรขึ้น?
หากพ้นกำหนดต่ออายุตามที่กฎหมายกำหนด ทะเบียนอาจสิ้นผล ทำให้ต้องยื่นคำขอใหม่และเสี่ยงที่จะมีผู้อื่นยื่นเครื่องหมายที่คล้ายกันเข้ามาแทรกในระหว่างนั้น แนวปฏิบัติที่ดีคือบันทึกวันครบกำหนดล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งรอบปี และตรวจสอบสถานะคำขอกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นระยะ โดยเฉพาะกรณีที่เปลี่ยนที่อยู่หรือเปลี่ยนตัวแทน
›[ต่ออายุ/รักษาสิทธิ]ย้ายที่อยู่บริษัทแล้วต้องแจ้งกรมทรัพย์สินทางปัญญาไหม?
ควรแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ขอหรือเจ้าของทะเบียนโดยเร็ว เพราะหนังสือแจ้งของนายทะเบียนจะส่งไปยังที่อยู่ที่ปรากฏในทะเบียน หากไม่ได้รับหนังสือและพ้นกำหนดตอบ อาจถูกถือว่าละทิ้งคำขอหรือเสียสิทธิในการโต้แย้ง กรณีเจ้าของอยู่ต่างประเทศ การมีตัวแทนในไทยที่ข้อมูลติดต่อเป็นปัจจุบันช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มาก
›[โอน/อนุญาตให้ใช้สิทธิ]การโอนสิทธิหรืออนุญาตให้ใช้สิทธิต้องจดทะเบียนหรือไม่?
สำหรับสิทธิที่ต้องจดทะเบียน เช่น เครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตร กฎหมายกำหนดแบบและการจดทะเบียนสัญญาโอนหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิไว้ การไม่ดำเนินการตามแบบอาจกระทบความสมบูรณ์หรือการใช้ยันบุคคลภายนอก หากคู่สัญญาอยู่ต่างประเทศ เอกสารที่ลงนามในต่างประเทศมักต้องรับรองโดย Notary Public และผ่าน Apostille พร้อมคำแปลรับรองก่อนยื่น
›[IP basics]Which authority registers intellectual property in Thailand?
The Department of Intellectual Property (DIP), Ministry of Commerce (ipthailand.go.th), registers trademarks, patents, petty patents and geographical indications, and records copyright notifications. Filings may be made at the department, at provincial commercial offices, or through the department's electronic filing channels. Always confirm current forms and procedures at ipthailand.go.th before filing.
›[IP basics]Does copyright require registration in Thailand?
No. Under the Copyright Act B.E. 2537 (1994) as amended, copyright arises automatically on creation of the work. Recording a copyright notification with DIP is evidentiary convenience only and does not create the right. Creation records and assignment documents remain important if a dispute arises.
›[Trademarks]How can an applicant domiciled abroad file a Thai trademark application?
An applicant without a domicile or place of business in Thailand generally appoints a representative resident in Thailand. The power of attorney is usually signed before a notary public abroad and authenticated by the route the receiving office requires, and foreign-language documents must be accompanied by a certified translation. Confirm the current form requirements at ipthailand.go.th.
›[Trademarks]How is a foreign power of attorney authenticated for use in Thailand?
The common route is notarisation in the country of origin, then an apostille if that country is a party to the Apostille Convention, or legalisation by the Royal Thai Embassy there, followed by a certified Thai translation. Ask the receiving office in advance whether it requires an original or a certified copy.
›[Trademarks]How does the Madrid System apply to Thailand?
Thailand is a party to the Madrid Protocol, administered by WIPO. An applicant with a Thai basic application or registration may file an international application through DIP as office of origin, designating other member states. Procedures, forms and the list of members are published at ipthailand.go.th and wipo.int.
›[Patents]What is the difference between an invention patent, a petty patent and a design patent?
All three fall under the Patent Act B.E. 2522 (1979) as amended. An invention patent protects an invention with an inventive step that is industrially applicable, a petty patent covers minor improvements under a different examination route, and a design patent protects the shape or pattern of a product. Terms and conditions are set by the Act and ministerial regulations; confirm the current text at ipthailand.go.th.
›[Patents]How does the PCT route work for Thailand?
Thailand is a contracting state of the Patent Cooperation Treaty. An international application may be filed through DIP as receiving office and later enter the national phase within the PCT time limits. Translations of the description and claims must meet the department's filing requirements. See ipthailand.go.th and wipo.int.
›[Patents]What should be checked in a patent translation?
Claim and description translations affect the scope of protection. Technical terminology should be consistent throughout, match the drawings and reference numerals, and neither add nor omit substance. If claims are amended during examination, every filed translation should be aligned to the amended text.
›[Assignment and licensing]Must an assignment or licence be registered?
For trademarks and patents, Thai law prescribes specific formalities and registration for assignments and licences. Failure to follow the prescribed form may affect enforceability or effect against third parties. Check the requirements for the relevant right with DIP before signing, and prepare a certified translation if the agreement is in a foreign language.
›[Enforcement]Which court hears intellectual property cases in Thailand?
The Central Intellectual Property and International Trade Court, a specialised court established under the Act on the Establishment of and Procedure for the Intellectual Property and International Trade Court B.E. 2539 (1996). Foreign-language exhibits must be accompanied by translations that meet the court's requirements.
›[Translation and legalisation]How should Thai IP documents be translated for Australian authorities?
Australian government bodies generally accept translations produced by a NAATI-certified translator (naati.com.au) bearing the stamp and a verifiable practitioner number. Thai official documents may also need consular legalisation or an apostille depending on the receiving body. Confirm with the receiving authority first.
›[Translation and legalisation]Why are no prices or official fees shown on this page?
Official fees are set by ministerial regulation and departmental announcements that are revised periodically, and service costs depend on page count, language, urgency and the legalisation route. To avoid publishing outdated figures we ask clients to contact our staff by phone, LINE or email, and to verify current official fees at ipthailand.go.th.
›[Trademark]Do foreign applicants need a representative in Thailand?
An applicant with no domicile or place of business in Thailand generally has to appoint a local representative to receive the registrar's notices. This is done with a power of attorney that is usually signed before a notary public in the country of origin, then apostillised if that country is a party to the Apostille Convention, or legalised by the Royal Thai Embassy if it is not, and finally accompanied by a certified Thai translation.
›[Trademark]What are the most common grounds for refusing a Thai trademark?
The recurring grounds are lack of distinctiveness, marks that directly describe the character or quality of the goods, generic terms, marks contrary to public order or morality, prohibited marks such as national flags and official emblems, and marks identical or confusingly similar to an earlier registration. A pre-filing search of the DIP database and WIPO's Global Brand Database helps assess this risk.
›[Trademark]Does a Thai registration protect the mark abroad?
No. Trademark rights are territorial, so a Thai registration covers only Thailand. For foreign protection you file nationally in each country, or file an international application through the DIP as office of origin under the Madrid Protocol and designate the member states you need. Each designated office still examines the mark under its own law and may refuse it.
›[Trademark]How long does a Thai trademark last and when is it renewed?
Protection runs for ten years from the filing date and is renewable for successive ten-year terms. The renewal request must be filed within the statutory window before expiry; missing it may require use of the grace period on additional conditions, and in the worst case the registration lapses and a fresh application is needed, which loses the original priority position.
›[Trademark]Must assignments and licences of a Thai trademark be recorded?
Yes. For a registered mark, assignments and licence agreements must be in writing and recorded with the registrar to have the effect the statute recognises. Supporting papers usually include the signed agreement, evidence of the signatory's authority, and — where signed abroad — notarisation plus apostille or embassy legalisation and a certified Thai translation.
›[Patent]How do invention patents, petty patents and design patents differ in Thailand?
An invention patent requires novelty, an inventive step and industrial applicability. A petty patent requires novelty and industrial applicability but no inventive step, so examination is faster while the term is shorter. A design patent protects the new external shape or pattern of a product, not its technical function.
›[Patent]What happens if the invention is disclosed before filing?
Public disclosure before filing can destroy novelty and become a ground for refusal or later revocation. The statutory exceptions are narrow and time-limited, so the safe practice is to file before any public presentation and to use written confidentiality agreements with counterparties. Confirm the current exceptions with the DIP before relying on them.
›[Patent]What does the PCT actually give a Thai applicant?
A single international application preserves the filing date across many member states and produces an international search report that helps you judge prospects before entering the national phase. Thai applicants may file through the DIP as receiving office. The PCT does not grant a world patent — each national or regional office still decides on grant under its own law.
›[Patent]Why is translation quality critical in patent filings?
The claims and description define the scope of protection, so an inaccurate translation can narrow that scope, contradict the original text, or expose the application to an objection that matter was added beyond the original disclosure. Use translators familiar with the technical field and have the inventor or patent adviser review the translation before filing.
›[Copyright]Does copyright need to be registered in Thailand?
No. Under the Copyright Act B.E. 2537 copyright arises automatically once the work is created. The DIP does accept notifications of copyright information, which serve as preliminary supporting evidence, but a notification does not create the right and does not defeat another party who proves better title to the work.
›[Copyright]Who owns copyright in work created by an employee in Thailand?
The general rule under Thai law is that copyright in a work created by an employee under an employment contract belongs to the employee unless the parties agree in writing that it belongs to the employer. Works produced under a contract for hire follow a different rule, so businesses should settle ownership and assignment expressly in writing from the outset.
›[Copyright]Must a copyright assignment be in writing?
Yes. An assignment of copyright in whole or in part, other than by inheritance, must be in writing and signed by the assignor and assignee. Where no term is stated the statute supplies a presumption, so the agreement should specify the scope of rights, territory, duration and whether the right to create derivative works is included.
›[Copyright]When may someone use a copyright work without infringing?
The Act sets out exceptions such as non-profit research or study, criticism and review, news reporting and use in court proceedings, provided the use does not conflict with the normal exploitation of the work, does not unreasonably prejudice the owner's legitimate rights, and acknowledges ownership. Each situation is assessed on its own facts.
›[Trade secrets]How are trade secrets protected in Thailand?
The Trade Secrets Act B.E. 2545 protects commercial information that is not generally known, has commercial value because it is secret, and is kept secret through appropriate measures by the controller. No registration is required, but you must be able to prove the protective measures — confidentiality agreements, restricted access, and access logs are the usual evidence.
›[Geographical indications]How does a GI differ from a trademark?
A geographical indication protects a place name used on goods whose quality or reputation derives from that place, under the Geographical Indications Protection Act B.E. 2546. The right belongs to the community of producers in the area rather than to a single private owner, and use must comply with the registered code of practice.
›[Enforcement]How are foreign documents prepared for use as evidence in a Thai IP case?
They generally need a Thai translation with a translator's certification, and a document executed abroad is usually notarised in the country of origin and then apostillised if that country is a Convention party, or legalised through that country's foreign ministry and the Royal Thai Embassy if it is not. Admissibility remains at the court's discretion, so plan the evidence bundle with your litigation counsel.
›[Enforcement]Can rights be recorded with Thai Customs to stop counterfeit shipments?
Rights holders may record trademark and copyright information with the Customs Department so officers can watch for infringing imports and exports. Submissions usually include proof of ownership, genuine product samples, distinguishing features of genuine versus counterfeit goods, and a contactable coordinator. Foreign corporate holders also need a power of attorney with a certified translation and cross-border authentication.
›[Enforcement]What options exist for mediating an IP dispute?
The DIP offers IP dispute mediation, the Central Intellectual Property and International Trade Court operates court-annexed mediation, and parties may agree to arbitration or to mediation through the WIPO Arbitration and Mediation Center for cross-border matters. Building the dispute-resolution clause into the contract from the start reduces later uncertainty.
›[Enforcement]How is a domain name that conflicts with a trademark challenged?
For generic top-level domains the UDRP administered by the WIPO Arbitration and Mediation Center applies: the complainant shows the domain is identical or confusingly similar to its mark, the holder has no rights or legitimate interests, and the domain was registered and is being used in bad faith. Domains under .th are governed by the Thai registry's own rules, which should be checked before filing.
›[Documents and translation]How is a Thai IP registration document prepared for use abroad?
Obtain the certificate or certified extract from the DIP, prepare a translation into the destination language, have the translation legalised by the Legalisation Division of the Department of Consular Affairs, then obtain an apostille if the destination is a Convention party, or further legalisation at that country's embassy in Thailand if it is not. Confirm the exact format the receiving authority expects before you start.
›[Documents and translation]Who must translate Thai IP documents for Australian government use?
Australian government agencies generally require translations by a NAATI certified translator, with a verifiable stamp or certification number, the translator's name, the language direction and the date. NAATI certifies the translator rather than the authenticity of the source document, so the original usually still needs the authentication the receiving body requires.
›[Documents and translation]Why do IP filings get rejected on documentary grounds?
The frequent causes are name spellings that differ across the company certificate, power of attorney and application form; a signatory whose authority is not shown in the corporate certificate; a power of attorney dated after the filing; a translation with no translator's certification; and an incomplete chain of cross-border authentication. Checking name and authority consistency before filing prevents most rejections.
›[Documents and translation]How do we get a quotation for IP document work?
Cost depends on the document type, page count, target language and the authentication steps the destination requires, and government fees are set by ministerial regulation and revised from time to time, so we do not publish figures here. Send the document details and destination country by phone, LINE or email and our staff will map the steps and timing before any work begins.